My place ;]

Wont ur come and go with me Come on ova to my place Wont u sit ya self down and take a seat And let me ease ya mind

Monday, August 21, 2006

What If A Woman

What if a woman had a man on the side and she never spent time with you.
What if a woman said she's working late and it's always the same excuse.
What if a woman took the keys to your whip said I'll be right back, don't trip.
What if a woman left you home with the kids changing diapers and shit.
What a twist!!!!!!!!!!!!!!!!

What if a woman started wearing the pants, would you feel less of a man and more?
What if a woman never wanna settle down, always wanna run around on the low!

You can beg.
You can plead.
You can cry.

She won't be your wife, but your eyes are full of tears.
She'll be running the streets with girls hanging out tonight.
It's the same thing you do to her!!!

Could you stand inside her shoes and walk a mile? (See I don't really think so)
Could you hold it down the way she does and smile? (I don't know a man who could)
What if a woman was just like you.
What if a woman was just like me
What if a woman was just like us.

Try to imagine that!!!!!!

Could you handle all she does................................................and SMILE.

If the table were turned around,
Would you leave?
Would you stay?
Would you drown?

If the cards you were dealt were to change!
Would you let your hand go up in flames?







BETTER DAYS-----JOE

Thursday, October 06, 2005

Loser

..........................
ทำไมมันมืดจัง
..........................
นี่ฉันอยู่ที่ไหน
..........................
...........อึดอัดจัง..........หายใจไม่ออก
..........................
...ที่ไหนกัน.....จะออกไปได้ยังไง .......... ทางออกอยู่ไหน?
..........
.........

ต้องรีบ มันใกล้เข้ามาแล้ว ...........มันกำลังมาแล้ว !

.........
..........

นั่นไงทางออก!
ขาฉัน! ขาฉันหาย!

ช่วยด้วย
................ช่วยด้วย
...............................ช่วยด้วย
..............................................ช่วยด้วย.............................ช่วยด้วย

Friday, September 16, 2005

เมื่อรมต. ใช้เสียงผิดโทน ขณะที่พิธีกรใช้คำผิดคำ

ท่ามกลางความวุ่นวายของการ take over แบบมี hidden agenda (มั้ง) จะมีใครสังเกตไหมว่าได้มีกลุ่มพลพรรคชาวรถเข็นออกมาระดมความคิดเกี่ยวกับสิทธิตามกฏหมายของเค้าที่ยังไม่ได้รับการดูแล เค้าไม่ได้ออกมาเพื่อขอความสงสารหรือเงินบริจาค ป่าวเลย เค้าต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกตามข้อกำหมายที่จะช่วยให้เค้าอยู่อย่างที่ช่วยตัวเองได้และไม่เป็นภาระของใครและเรียกร้องให้สังคมร่วมมือปฏิบัติ

มันคงไม่มีเรื่องหรอกถ้านี่เป็นการระดมความคิด แต่มันเป็นเรื่องเมื่อทางรายการได้โทรศัพท์หา รมต.เสี่ยไก่ แล้วพ่อพิธีกรอารมณ์ดีชอบตีข่าวถามว่า “ท่านครับ กลุ่มสมาคมรถเข็นได้มีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิของเค้า 1,2,3,…… ไม่ทราบว่าท่านจะจัดการให้อย่างไรได้บ้าง” ท่าน รมต. ด้วยโทนเสียงเทียบเท่าเมื่อตอนจะเอารถของมาเลย์มาฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าว่า ตัวเองนั้นยังไม่ได้รับเรื่อง และข้อเรียกร้องนี้ไม่เคยมีใครไปเรียกร้องที่กระทรวง อย่างไรแล้วให้เข้าไปคุยกันที่กระทรวง เมื่อถูกพิธีกรถามอีกครั้งว่าตอนนี้มีสิทธิอะไรที่ได้มีให้แก่สมาคมรถเข็นแล้วบ้าง ท่านก็ได้ตอบกลับมาว่าตอนนี้ไม่มีข้อมูลอยู่ในมือเพราะกำลังขับรถกลับบ้าน ยังย้ำว่าถ้าต้องการอะไรไปคุยกับผมได้ที่กระทรวง ถ้าคิดว่าทีวีทำให้ได้ก็ไปบอกทีวี พิธีกรได้ถามกลับว่าตกลงท่านจะไม่ฟังซักหน่อยหรือ ท่านก็บอกว่าท่านไม่ฟังครับ มีอะไรไปคุยกันที่กระทรวง ทีเด็ดคือพิธีกรบอกว่า งั้นท่าน รมต.กลับรถกลับบ้านต่อเถอะครับ(ด้วยน้ำเสียงแบบคุณยุทธนาของ nation นั่นแหละ)

ตอนแรกเราฟังเราก็เข้าข้างท่านรัฐมนตรีนะว่าไม่เคยไปร้องที่กระทรวงเจอเค้าตัวเป็นๆเลย แล้วมารวมตัวแล้วบอกว่าเรียกร้อง มีข้อเรียกร้องอย่างนั้นอย่างนี้ จะให้เค้าทำอะไรต้องไปที่เค้าไม่ใช่มาที่สถานีแล้วจะมาให้เค้าตอบคำถามแบบต้องตอบ เค้าไม่มีอะไรต้องชี้แจงนะยะรู้เวลากันนิดนึง แต่ว่าน้ำเสียงอย่างเนี้ยไม่ไหวๆ พอมาคิดอีกทีเนี่ยพิธีกรช่างไม่หัวไวซะเลย เค้าบอกว่าถ้าเรียกร้องก็ไปกระทรวงแทนที่จะพูดนัดเหล่าสมาคมกับท่านซะให้เค้าไปคุยกัน ดันไปพูดว่างั้นก็ขับรถกลับบ้านต่อเถอะ ขอบอกว่านั่นทำให้ดูไม่ดีอย่างยิ่ง(แถวบ้านเรียกว่าเสียหมา) จะให้เค้าฟัง เค้าไม่ฟังอยู่แล้ว ข้อมูลในมือก็ไม่มี ข้อเรียกร้องก็ต้องไปที่กระทรวงแล้วจะคุยทำไม พอมาคิดไปคิดมาคราวนี้ใครซวยหล่ะนอกจากพี่น้องที่ไม่อยากเป็นภาระสังคม ทั้งที่เค้าเจตนาดี แต่ไอ้การใช้เสียงร้อนแรงเหมือนไม่พอใจของท่านรมต. รวมทั้งการขาดไหวพริบและการไม่คิดก่อนถามของท่านพิธีกร อาจส่งผลให้เค้าคุยกันไม่ได้ภายในภาคต่อไป (ดีนะที่มีรายการนึงจับมาปรับความเข้าใจกันได้)

คิดดูนะว่าถ้าคุยกันดีๆหล่ะ ถ้ามีคนๆนึงบอกว่า “เอ่อเรื่องนี้คงต้องแก้กันอย่างเป็นระบบ ตอนนี้พวกข้อกำหนด หรือว่าข้อมูลชัดเจนในมือไม่มี ยังไงคงต้องขอให้เข้าไปคุยกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะที่กระทรวง”เนี่ยมันจะตายหรือไงวะ หรือว่าอีกฝ่ายจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น จะขอนัดเลยได้ไหมครับท่าน” หรือว่าจะแก้เกมส์ว่าจริงๆเป็นการระดมความคิดแล้วมีข้อเสนอจะแจ้งแก่ท่านรมต. เนี่ยจะดีกว่าไหม

เนี่ยนะ ถ้ามันเป็นเรื่องการเมืองกำลังจะสาวไส้กูออกไปให้คนทางบ้านดูเนี่ย มึงด่ากันไปเลย แต่เนี่ยคือเรื่องสังคมนะ หน้าที่ร่วมของทั้งคู่คือการดูแลและพัฒนาการบูรณาการสังคม ครั้งต่อไปที่จะใช้อารมณ์กันเนี่ยคิดถึงคนกลางหน่อยดีไหม


PS. เริ่มเกลียด SMS แล้วอ่ะ เมื่อไหร่เค้าจะให้มันออกไปไกลๆซักที เขียนเข้ามาแต่ละทีแสดงถึงความไม่เข้าใจ

Sunday, July 24, 2005



เฮ้อ :0
เป็นเป็ดอยู่เมืองกรุงเนี่ยแย่จัง ได้แต่ว่ายน้ำบนคีย์บอร์ด
เมื่อไหร่จะได้กลับบ้านนอกว่ายน้ำคลองซักทีล่ะเนี่ย

Friday, July 22, 2005

Movie addicted

ทุกคนเคยดูหนัง แหงอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาพยนตร์หรือการดูหนัง แต่มันเป็นความบันเทิงแขนงหนึ่งที่คนรอบตัวของเราต้องเสพกันเป็นระยะๆ คาดว่าคงเป็นระยะไปจนหูตาฝ้าฟางดูไม่ชัดฟังไม่ได้ยิน

ในบรรดาพลพรรคเด็ก 45 ของฉัน มองดูแล้วต่างชอบดูหนังประเภทที่แตกต่างกันไป ถ้าจะให้ลองเดาดูนะว่าใครชอบอะไร อย่างน้องสาวขอนแก่นจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากหนังรักหวานซึ้ง โดยเฉพาะว่าถ้าเป็นหนังเกาหลีจะpreferred ยิ่งคุณว่าที่สามีเล่นอย่าให้said ถ้าเป็นเจ๊…ดุจะดูหนัง หนังต้องมีสาระ ต้องมีข้อคิด จะชอบมาก แต่ก็ยังไม่ทิ้งหนังรักหรือหนังกุกกิ๊กที่มีการชิมบ้างเป็นครั้งคราว อันนี้ไปแนวๆเดียวกับน้องJane Doe สำหรับคุณหมีแดดเดียวต้องเรียกว่าดูไปทั่วคงจะได้ แบบว่าดูน่าสนใจจะดูหมดไม่ว่าจะเป็นหนังประเภทไหน สำหรับคนสุดท้ายที่จะเอ่ยยังไม่ได้sign up เพราะว่าไม่รู้ว่าจะเขียนงานวิชาการเรื่องอะไรดี น้อง Kittyดูหนังที่เข้าโรงและน่าสนใจ ยังไม่เคยได้รับรู้ว่าน้องแกชอบหนังนอกกระแสบ้างหรือเปล่าเพราะว่ายังไม่เคยเห็นน้องแกพูดถึง

แต่สำหรับเรานั้นดูได้ทุกแนว เพราะว่าหนังแต่ละแนวก็มีความสนุกในแบบของมัน (แม้ว่าบางเรื่องจะสนุกในแบบสยองๆก็เถอะ) แต่จะแอบขัดใจทุกครั้งที่ดูหนังไทยใส่CG บางทีก็ไม่เข้าใจว่าบ้านเราก็ไม่ใช่ขี้ๆนี่นาแต่ทำไมทำออกมากันไม่เนียนซักที อย่างไรก็ตาม พวกเรามีแนวโน้มที่จะไม่อุดหนุนหนังผีถาไม่จำเป็นแฮะ

การจำหนังบางเรื่องได้นั้น สำหรับเราไม่ได้อยู่ที่บทหรือว่าสุดหล่อหรือสุดสวยที่แสดงนำ ภาพที่ประทับใจต่างหากที่ติดใจและติดตา ภาพบางภาพมาจากความทรงจำวัยเด็ก เช่น จากหนังเพลงยุคเก่ากึก The Sound of Music คนที่ได้ดูคงไม่ลืมฉากที่ลูกๆของ Captain Walttrab เดินสวนสนามตามเสียงนกหวีดลงมาพบคุณครูพี่เลี้ยงคนใหม่ ฉากการออกจากบ้านไปปิกนิกของคุณครูและเด็กบนเนินเขาที่มีเทือกเขาเป็นฉากหลังแถมร้องเพลง Do Re Me แม้แต่ฉากบอกรักของคุณครูกับคุณcaptain สวยและติดตามาจนถึงวันนี้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องนี้คงต้องพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งที่คุณยายจูลี่แสดงนำเช่นเดียวกัน Mary Poppinsไง เริ้มต้นด้วยภาพบ้านสวยๆที่มีผู้หญิงคนหนึ่งลอยลงมาจากบนฟ้าถือร่มเหมือนเป็นร่มชูชีพอยู่ในมือ โอ้โห้เห็นแล้วอยากมีพี่เลี้ยงลอยลงมาจากบนฟ้าได้บ้าง หรือแม้แต่กระเป๋าสารพัดนึกของเธอที่มียาขวดสีน้ำตาลหนึ่งขวด มันกลายเป็นยาแก้หวัดสำหรับเด็กชาย แต่กลายเป็นวิตามินสำหรับตัวเธอ หรือแม้แต่การใช้เวทย์มนต์ของMary ที่ทำให้พวกเด็กได้เข้าไปเที่ยวสวนสนุกที่อยู่ในภาพวาดแต่น่าเสียดายที่ฝนตกภาพเละพวกเค้าเลยอดสนุกต่อ

หนังที่ลืมไม่ลงที่สุดคงเป็นเรื่อง The Nightmare before Christmas ของลุงTim เพราะว่าทุกฉากมันน่าประทับใจแทบทั้งหมด คิดดูนะว่าคิดได้ไงเนี่ยว่าตัวละครหน้าตาอย่างไรดี ฉากที่ Price of Halloween เศร้าเหงาหงอยเข้าไปในสวนป่าช้าแม้จะน่าขนลุกแต่ก็เหงาพิลึก ในขณะเดียวกัน ฉากที่ทุกคนในเมืองHalloween เร่งทำของขวัญChristmas ก็แอบตลกไม่น่าเชื่อ ยิ่งตอนไปลักตัวคุณลุงซานต้ามาน่ะอย่าให้said

ถ้าลองพูดถึงหนังรัก ก็ต้องพูดถึงฉากหนึ่งใน The Bridge of Madison County ที่คุณป้านางเอก(จำไม่ได้ว่าเค้าชื่ออะไรแฮะ) ต้องทำท่าหักห้ามใจตัวเองสุดฤทธิ์เพื่อไม่ไห้เปิดประตูรถวิ่งไปที่รถของคุณลุงClint ที่จอดตีไฟรออยู่ข้างหน้าคนละทางกับที่รถของคุณป้ากับสามี เหมือนจะบอกว่าเรากำลังจะไปกันคนละทาง บางคนเคยบอกว่าตอนนั้นป้าแกทำท่าเหมือนถูกผีเข้า แต่อยู่ในสถานะเหมือนป้าเข้าทำท่าแค่นั้นคงยังน้อยไป หรือว่าหลายฉากจากThe Notebook เช่นฉากที่โนอาห์เจอกันอัลลีนอีกครั้งมีใครเห็นมั่งไหมว่าเค้าหายใจจังหวะเดียวกัน หรือตอนที่เธอกำลังจะจากไปอีกหนเค้ากุมหัวใจตัวเองแล้วเอ่ยบอกถามว่าเธออยากได้อะไร เมื่อเธอขับรถออกไปเขาเอามือกำไว้ตรงหน้าอกเหมือนกุมหัวใจที่แตกสลายเอาไว้

คราวนี้ลองมาดูหนังโหดบ้างเป็นไร อย่างฉากที่พระเอกจอมพูดมากของเรื่องเค้าไปคุกเข้าขอร้องผู้ร้ายไม่ไห้บอกนางเอกว่าเค้าทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน พระเอกถึงกับลงไปนอนกลิ้งและเห่าให้เหมือนหมา ยอมแม้กระทั่งตัดลิ้นตัวเองออกเพื่อให้ผู้ร้ายเห็นใจ หรือฉากที่ผู้ร้าย(ที่พอท้ายเรื่องจะเห็นว่าจริงๆแล้วเค้าเป็นผู้ถูกกระทำ)คิดถึงเรื่องอดีต เรื่องของคนรักที่ต้องปล่อยไปกับมือ รวมทั้งฉากการฆ่าตัวตายที่ทำได้เหมาะเจาะจากหนังเกาหลีเรื่องOldboy หรือว่าฉากอุ้มลูกของซาตานของRosemaryในเรื่อง Rosemary’s Baby แต่ว่าเรื่องนี้ต้องยกนิ้วให้โรมัน โพโลฟสกี้ ที่ทำให้คนดูสับสนงงงวยไปกับตัวละครเสมือนว่าเราเป็นตัวละครเสียเอง หรือว่าฉากสู้กันระหว่างเอเลี่ยนกับคนที่เป็นออทิสติคที่แต่งตัวรอการฆ่าเอเลี่ยนเหมือนรอการผจญภัยในเรื่องDreamcatcher ขอบอกว่าเอเลี่ยนนี่เจ๋งสุดๆ หรือว่าฉากหลอนๆของวิญญาณที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าซาตานหรือเทวดาโหดกันแน่ที่สามารถเปลี่ยนร่างที่สิงได้ด้วยการแตะตัว หรือแม้แต่ฉากชิงไหวพริบในการฆ่ากันในฉากสุดท้ายของเรื่องในFallen

ถึงตรงนี้คงมีคำถามว่าแล้วมีฉากประทับใจของหนังไทยบ้างไหมเนี่ย ก็จะตอบทันทีว่ามี ทุกฉากของเรื่องเดิ้นในยุดที่ฉันยังไม่จบป.6เสียด้วยซ้ำ ขอชื่อสุธีสามสี่ชาติ ไม่ว่าจะเป็นฉากกระโดดน้ำตายของคุณสุธีชาติที่หนึ่งที่ไม่สำเร็จแต่ว่าขำสิ้นดี หรือว่าฉากยืนฉี่ของหญิงสาวในกลุ่มสืบสวนเดียวกัน พร้อมกับประโยคเด็ดว่า”อย่าแปลกใจ คุณยังไม่เห็นอะไรอีกเยอะ” รวมทั้งชาติสุดท้ายกับฉากจบที่สมบูรณ์ ยานอวกาศวิ่งชนดาวฤกษ์ หรือการเล่นโอน้อยออกเพื่อเลือกหัวหน้ายานคนใหม่ อีกเรื่องนึงคือหนังเรื่องกล่องที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ว่ามีอะไร เรื่องนี้ดูแล้วไม่ได้จำแค่ฉาก แต่ว่าจำได้ทั้งเรื่องเลย ที่หนังมันเจ๊งตอนนั้นอาจเป็นเพราะว่าคนดูยังไม่เคยดูหนังแบบนี้แล้วไม่คุ้นเคยมากกว่า เพราะว่าเมื่อเราโตแล้วกลับไปดูอีกรอบเนี่ย เรารู้สึกว่าหนังมันtimelessมากๆ

แอบแถมหนังจีนให้อีก เราประทับใจฉากจบของผู้หญิงข้าใครอย่าแตะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นหลิวเต้อหัว หรือว่า กั่วฟู่เฉิน เล่น ฉากจบกี่ภาคกี่ภาคเนี่ยมันช่างเศร้าได้ทิ้งใจจริงๆ น่าเสียดายที่จำโหดเลวด๊ไม่ได้เลยไม่งั้นคงเขียนถึงได้ ยังมีอีกหลายฉากจากอีกหลายเรื่องที่จำชื่อไม่ได้ของหนังเกาหลี ฉากชวนอ้วกของNekromantik ฉากอ่อยป่วยๆของSecretary ฉากโวยวายที่ได้กินเบอร์เกอร์ช้าในSuper size me หรือแม้แต่ฉากจบแบบhappy ending แต่แอบเศร้าของ 50 first dates ฯลฯ

แม้ว่าการที่หนังสนุกได้มันต้องดูองค์ประกอบทั้งเรื่องมารวมกัน แต่บางครั้งการแยกฉากดีๆอกมาจากหนังที่ไม่สนุกเนี่ยก็ดีเหมือนกันนะ บางทีอาจเหมือนคำพูดจากฉากๆหนึ่งใน Sea Biscuit run ว่า “เพียงแค่มันเสียแค่ส่วนเดียว ไม่เห็นต้องโยนทั้งหมดทิ้งนี่นา” ว่าแต่ว่าคุณมีฉากหนังในดวงใจกันบ้างไหม


My place
06.35 p.m.
21 July 2005

Monday, June 27, 2005

blue morning, brighten sky

หลังจากสร้างทิ้งเอาไว้นาน
คราวนี้คงได้ฤกษ์เขียนซักที

พอเริ่มจะเขียน มันก็แปลกๆนะ
ทั้งที่มีเรื่องจะเขียนมากมาย
บางทีอาจเป็นเพราะว่าหน้าตามันไม่เหมือน diary ที่เราคุ้นตา

แต่แบบนี้ดีกว่า
จะได้ไม่มีใครมาแอบอ่าน ;]

มีคนเคยบอกว่า
การนั่งนิ่งอมนำลายบูดไม่ได้ช่วยให้ตัวเราเข้าใจตัวเองมากขึ้น

อยากบอกมันกลับไปว่า
การแสดงออกมาก็ไม่ได้ช่วยเหมือนกันแหละ
(แต่ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ฟังเราแล้ว)

เริ่มต้นตอนเช้าด้วยความเศร้าเนี่ยมันไม่โสภาเลยแฮะ